ข่าวใหม่วันนี้

ประกันสังคม อัดเม็ดเงิน 3 หมื่นล้าน ส่งเสริมการจ้างงาน จากผลกระทบโควิด-19

หม่อมราชวงศ์ จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ทั้งนี้ ยังส่งผลกระทบไปยังสถานประกอบการที่ต้องประสบปัญหาขาดทุนหมุนเวียนสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้ลูกจ้าง ผู้ประกันตนได้รับผลกระทบในการจ้างงาน รัฐบาล และกระทรวงแรงงาน ได้มีมาตรการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจจากโรค ให้สามารถรักษาการจ้างงาน ทำให้ผู้ประกันตนมีงานทำต่อเนื่องและอยู่ในระบบประกันสังคม

ขณะนี้ กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม ได้มีโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน วงเงินไม่เกิน 30,000 ล้านบาท โดยเป็นการกู้เพื่อ Refinance ได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของวงเงินปล่อยกู้ของแต่ละธนาคาร โดยมีระยะเวลาการยื่นคำขอกู้ตั้งแต่ เริ่มโครงการจนถึง 31 ธ.ค. 2563 หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะหมด โดยวงเงินสินเชื่อที่ได้รับการอนุมัติเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน จำนวน 30,000 ล้านบาท ได้มีการจัดสรรดังนี้

1. วงเงิน 18,000 ล้านบาท สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างไม่เกิน 50 คน วงเงินกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต่อราย

2. วงเงิน 9,000 ล้านบาท สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 51 – 200 คน วงเงินกู้ไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อราย

3. วงเงิน 3,000 ล้านบาท สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างเกิน 200 คน วงเงินกู้ไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย

ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้นั้น สถานประกอบการที่สนใจกู้และมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ย จะอยู่ที่ร้อยละ 3 ต่อปี และคงที่ 3 ปี และในกรณีสถานประกอบการที่สนใจกู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือใช้บุคคลค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 5 ต่อปี และคงที่ 3 ปี

สำหรับข้อกำหนด ของสถานประกอบการที่จะเข้าร่วมโครงการต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคมและจ่ายเงินสมทบ เข้ากองทุนประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน และต้องรักษาจำนวนผู้ประกันตนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนผู้ประกันตน ณ วันที่ได้รับสินเชื่อตลอดอายุโครงการ 3 ปี ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบให้มีการเลิกจ้างลูกจ้างในสถานประกอบการ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดต่อเข้าร่วมโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขา เพื่อขอหนังสือรับรองสถานะความเป็นสถานประกอบการ นำไปติดต่อขอยื่นกู้กับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการฯ ปัจจุบันได้แก่ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) อย่างไรก็ดี ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมกำลังมีการดำเนินการ บันทึกข้อตกลงกับธนาคารอื่นเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ด้วย.