วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563

 


(23 กันยายน พ.ศ. 2563) ส.ว.ขวางตั้งส.ส.ร.ยกร่าง รธน.ใหม่ เพราะเป็นการทรยศ 16 ล้านเสียงประชามติ รธน.ฉบับนี้ หวั่นไปไกลถึงล้มการปกครอง ยุนายกฯลาออกปิดสวิตช์ส.ส.เลือกตั้งใหม่ ด้าน "น้องวิษณุ" แนะทำประชามติ 2 ครั้ง เชื่อมียื่นศาลตีความ


สำหรับบรรยากาศการพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงบ่าย โดย ส.ส.และส.ว.สลับกันขึ้นมาอภิปรายการแก้รัฐ ธรรมนูญอย่างกว้างขวาง โดยในส่วนของส.ส.รัฐบาลและส.ส.ฝ่ายค้าน ส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุนให้มีการตั้ง ส.ส.ร.มา ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มีปัญหามากมาย ขณะที่ส.ว.ส่วนมากที่ลุกขึ้นอภิปรายในประเด็นคัดค้านการตั้ง ส.ส.ร.เนื่องจากเกรงว่า เป็นการตีเช็กเปล่า ไม่รู้จะแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นใดบ้าง และมีความเสี่ยงสูงที่จะสร้างความขัดแย้งรอบใหม่ และสิ้นเปลืองงบประมาณทำประชามติ โดยสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราแทน อาทิ พล.อ.นาวิน ดำริกาญจน์ ส.ว.อภิปรายว่า ยังไม่เห็นความจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญ การให้มีส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นการทรยศต่อ 16.8 ล้านเสียงที่เห็นชอบรัฐ ธรรมนูญฉบับนี้ และยังสิ้นเปลืองงบประมาณ 20,000ล้านบาท ในการทำประชามติ แทนที่จะเอาเงินไปซื้อวัคซีนโควิด-19 ไม่รู้คิดถึงคนไทยหรือคิดถึงวาระซ่อนเร้นของตัวเอง ดังนั้นควรแก้รัฐธรรมนูญแบบรายมาตราจะเหมาะสมกว่า ตนยินดีที่จะสนับสนุนการแก้ไขรายมาตราเรื่องให้มีบัตรเลือกตั้งสองใบ


นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน ส.ว.อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ระบุให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ มีแต่ให้แก้เพิ่มเติมเท่านั้น ดังนั้นการขอแก้ไขมาตรา 256 ให้ตั้งส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับคือ การล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เกรงว่า อาจมีการไปยื่นให้อัยการสูงสุด หรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับทำได้หรือไม่ เพราะอาจถูกกล่าวหากระทำการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 49 รวมถึงอาจถูกป.ป.ช.ตั้งข้อกล่าวหาเรื่องจงใจปฏิบัติหน้าที่ใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มีความผิดถึงขั้นยุบพรรค ตัดสิทธิการเมือง 10ปี และถูกฟ้องคดีอาญาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง


ส่วนการปิดสวิตช์ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 นั้น ขอถามว่า ส.ว.250 คน ทำผิดอะไร ถึงขั้นจะปิดสวิตช์ส.ว.ไม่ให้ทำตามหน้าที่ในรัฐธรรมนูญ ส.ว.อยู่มาไม่ถึง 2 ปีจะปิดสวิตช์แล้ว ขณะนี้ประเทศมีปัญหามากมาย นายกฯควรปิดสวิตช์ส.ส.ด้วยการยุบสภา เลือกตั้งใหม่จะเป็นทางออกที่ดีกว่า


พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม ส.ว. อภิปรายว่า มองว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องทำประชามติ 2 ครั้ง ครั้งแรก ทำประชามติสอบถามประชาชนก่อนที่จะมีการลงมติรับหลักการในวาระแรกว่า อยากได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และครั้งที่สอง ทำหลังจากส.ส.ร.ยกร่างเสร็จและมีการลงมติเรียบร้อยแล้วให้ทำประชามติสอบถามประชาชนว่า พอใจกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ นอกจากยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแล้ว การแก้ไขแบบรายมาตราก็มีคำถามเหมือนกันว่า จะต้องทำประชามติถามประชาชนหรือไม่ ยืนยันว่า ตนไม่ขัดข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่ตกอยู่ภายในอาณัติของใคร เคารพเสียงของประชาชนและลูกๆหลานๆที่ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ตนอยากให้แก้รัฐธรรมนูญ โดยที่ไม่ขัดกฏหมาย ไม่มีใครนำเรื่องไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า กระบวนการได้รัฐธรรมนูญไม่ชอบ เพราะเมื่อครั้งปี 2555 ที่มีการยื่นแก้ไขมาตรา 291 ในรัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อแก้ไขทั้งฉบับก็มีผู้ไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า สามารถทำได้หรือไม่ ในที่สุดศาลวินิจฉัยว่า การแก้ไขทั้งฉบับควรผ่านการทำประชามติจากประชาชนก่อนที่จะมีการแก้ไข ผมเชื่อว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีคนยื่นให้ศาลตีความเหมือนกับในปี 2555 แน่นอน ซึ่งโดยส่วนตัว ถ้าผมขัดข้องหมองใจหนักๆก็ยินดีลาออกจากส.ว.เพื่อยึดหลักกฏหมายที่ถูกต้อง

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น